
ทุก ๆ เช้าที่เริ่มต้นการทำงาน ผมมักจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า 'เรากำลังสร้างสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงอยู่หรือไม่' และหลังจากที่เราผ่านปีแห่งความสำเร็จจนทำสถิติใหม่อีกครั้ง ผมยิ่งมั่นใจกว่าที่เคยว่าคำตอบคือ 'ใช่'
ในปี 2568 นับเป็นปีที่ผลการดำเนินงานของเงินเทอร์โบมีความแข็งแกร่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ เราสามารถทำสถิติสูงสุดทั้งในด้านรายได้และกำไร ขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และสร้างความมั่นคงให้กับฐานะทางการเงินในทุกมิติ สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เราบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ด้วยแนวทางที่เหมาะสม นั่นคือการให้บริการแก่ผู้ที่มีความต้องการทางการเงินอย่างแท้จริง การรักษาวินัยในการบริหารจัดการเงินทุน และการลงทุนในบุคลากรตลอดจนวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของบริษัท และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตัวชี้วัดเบื้องต้นของเราก็สะท้อนให้เห็นว่า เรายังคงอยู่ในทิศทางที่สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินงานที่ดีนี้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ผลประกอบการในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างมีวินัยของเรา บริษัทมีรายได้รวม (Total Income) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,094.7 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่กำไรสุทธิ (Net Profit) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 503.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 255.3% จากปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงมาตรวัดความสำเร็จผิวเผิน แต่เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสามารถในการขยายธุรกิจอย่างมีผลกำไร ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด คุณภาพของผลกำไรของเรามีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วนต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.2% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 6.8% ในปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาแบบจำลองการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ (Underwriting Models) ที่รัดกุมขึ้น และการติดตามคุณภาพพอร์ตเงินให้สินเชื่ออย่างใกล้ชิดและละเอียดถี่ถ้วน นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost-to-Income Ratio) ยังลดลงมาอยู่ที่ 54.8% จากเดิม 64.2% ซึ่งเป็นผลจากการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน การที่รายได้สามารถเติบโตไปพร้อมกับการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจที่กำลังก้าวเดินอย่างมั่นคง
ก้าวสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในปี 2568 คือความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) การนำเงินเทอร์โบเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นมากกว่าเรื่องของการระดมทุนในตลาดทุน แต่มันคือการตอกย้ำความมุ่งมั่นว่า องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยระดับฐานรากของประเทศไทย สามารถก้าวขึ้นมายืนหยัดและแข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ด้วยศักยภาพที่แท้จริง การทำ IPO ไม่ได้มอบเพียงเงินทุนสำหรับการขยายกิจการ แต่ยังขยายฐานผู้ถือหุ้นที่เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ และช่วยยกระดับมาตรฐานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) และความโปร่งใสของเรา ซึ่งเรายินดีน้อมรับหน้าที่ความรับผิดชอบนี้เพื่อพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เรายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทีมงานของเรามีความแข็งแกร่ง คล่องตัว และมีศักยภาพสูงขึ้น ซึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรบุคคลเป็นหลัก สิ่งนี้มีความสำคัญไม่แพ้บรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) ในงบกำไรขาดทุน
ผมขอเรียนตามตรงถึงสิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนการทำงานของพวกเรา ในประเทศไทยปัจจุบัน ยังมีคนวัยทำงานอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เจ้าของร้านค้าขนาดเล็ก หรือครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างฐานะ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินในระบบได้อย่างเต็มที่ พวกเขามีความมุ่งมั่น มีวินัย และมีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ สิ่งที่พวกเขาขาดคือ "โอกาสในการเข้าถึง" สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมอาจมองกลุ่มคนเหล่านี้แล้วเห็นถึงความเสี่ยง แต่เรามองเห็นถึงศักยภาพ
พันธกิจของเราคือการกระจายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ที่เท่าเทียมสำหรับชุมชนระดับฐานรากทั่วประเทศ สิ่งนี้ไม่ใช่งานการกุศล แต่เป็นการตระหนักถึงช่องว่างของตลาด และการสร้างธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่สามารถขยายตัวได้เพื่อเข้ามาตอบสนองความต้องการส่วนนี้ เมื่อเรามอบโอกาสให้กับผู้ที่ไม่เคยได้รับสินเชื่อมาก่อน และพวกเขาสามารถผ่อนชำระคืนได้เพราะผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสมและให้บริการด้วยความเคารพ เรากำลังสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืน ทั้งต่อลูกค้า ผู้ถือหุ้น และสังคม
เงินเทอร์โบถูกก่อตั้งขึ้นโดยมี 3 เสาหลักเป็นรากฐานสำคัญ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่เป็นหลักปฏิบัติการ (Operating Principles) ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางในการตัดสินใจของเรา
ประการแรก การเติบโตอย่างมีผลกำไรและยั่งยืน: การเติบโตที่ปราศจากผลกำไรไม่อาจสร้างความยั่งยืนได้ เรากำลังสร้างบริษัทที่สามารถสร้างผลกำไรเพื่อนำไปลงทุนต่อยอดสู่อนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตลาด และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่เงินทุนจากภายนอก ในมุมมองของเรา กำไรไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่มันคือกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กร
ประการที่สอง การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า: ในธุรกิจบริการทางการเงิน มาตรฐานที่เพียงแค่ "ดีพอใช้" นั้นไม่เพียงพอ เราให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการขอสินเชื่อ ประสบการณ์ในการชำระเงิน หรือการโต้ตอบกับทีมบริการลูกค้า เพราะลูกค้าของเราสมควรได้รับบริการที่ยอดเยี่ยม เราไม่ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งหวังเพียงส่วนแบ่งทางการตลาด แต่เรามุ่งหวังที่จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำงานระดับสูงที่เรายึดมั่นเสมอมา
ประการที่สาม การเป็นองค์กรที่บุคลากรที่มีความสามารถอยากร่วมงานด้วย: ธุรกิจของเราขับเคลื่อนด้วยบุคลากรเป็นหลัก คุณภาพของแบบจำลองการพิจารณาสินเชื่อ ความรวดเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอทางเลือกให้ลูกค้า ล้วนเกิดจากความสามารถของคนทำงาน ผมมีความตั้งใจที่จะให้เงินเทอร์โบเป็นองค์กรที่รวบรวมบุคลากรชั้นนำของประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) วิทยาการข้อมูล (Data Science) การปฏิบัติการ และประสบการณ์ลูกค้า เพื่อให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่
ผมต้องยอมรับว่าสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ผ่านมานั้นไม่ได้ราบรื่นนัก เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัจจัยท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และบรรยากาศความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ สิ่งเหล่านี้คือความเป็นจริงทางเศรษฐกิจมหภาคที่เราต้องเผชิญ
อย่างไรก็ตาม ผมมีความเชื่อว่าหน้าที่ของฝ่ายบริหารไม่ใช่การเฝ้ารอให้สภาวะแวดล้อมเอื้ออำนวย แต่เป็นการสร้างองค์กรที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ เราเคยผ่านพ้นวิกฤตอย่างโควิด-19 และก้าวออกมาได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น เราได้ปรับปรุงแบบจำลองการให้สินเชื่อ เพิ่มความรัดกุมในการดำเนินงาน และอยู่เคียงข้างลูกค้าตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ประสบการณ์เหล่านั้นได้สร้างความยืดหยุ่นในการปรับตัว (Resilience) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเห็นในทีมงานของเราเสมอมา
ในปี 2568 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย แต่เรายังคงสามารถขยายพอร์ตเงินให้สินเชื่อ ปรับปรุงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้รวม และรักษาคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality) ให้อยู่ในกรอบเป้าหมายได้ เราบรรลุผลสำเร็จเหล่านี้ด้วยการทำงานที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ผ่านการนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์อย่างชาญฉลาด การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อลดขั้นตอนการทำงาน และการยึดมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ เราอาจไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกได้ แต่เราสามารถสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญกับทุกความท้าทาย
บริษัทของเรายังอยู่ในช่วงของการเติบโต ผมไม่ได้กล่าวเช่นนี้เพื่อเป็นข้อจำกัด แต่เพื่อสะท้อนถึงโอกาสอีกมากมายที่รออยู่ข้างหน้า เรื่องราวความสำเร็จที่สำคัญของเงินเทอร์โบยังคงรอการเขียนขึ้นอีกมาก เรามีรากฐานที่มั่นคง มีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีบุคลากรที่มีความพร้อม
เป้าหมายของเรานั้นชัดเจนและมุ่งเน้นในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ เราไม่ได้มุ่งหวังที่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่แข่งขันในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่หรือกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูง (High-Net-Worth Individuals) เงินเทอร์โบจะยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักสำหรับระบบเศรษฐกิจฐานรากของไทย เมื่อมองไปข้างหน้า เรามีแผนที่จะขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนภูมิภาคมากขึ้น เพื่อเข้าถึงระดับตำบลที่บริการสินเชื่อที่เป็นธรรมและโปร่งใสยังเข้าไม่ถึงอย่างเต็มที่ เราจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดรับกับสภาพกระแสเงินสดของกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบการรายย่อย และครัวเรือนภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง
เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางการเงินที่พึ่งพาได้สำหรับประชาชนทั่วไป และจะเป็นองค์กรที่บุคลากรที่มีความสามารถเลือกที่จะเข้ามาร่วมงานเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้ เราจะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้บนพื้นฐานของการเติบโตอย่างมีวินัย และการสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงต่อชุมชนที่เราให้บริการ
เป้าหมายในอนาคตไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาโดยง่าย แต่เป็นสิ่งที่เราต้องมุ่งมั่นสร้างขึ้น—ในทุก ๆ ไตรมาส ผ่านลูกค้าทุก ๆ ราย และในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ แต่หากพิจารณาจากผลงานที่ทีมงานของเราได้สร้างสรรค์ขึ้นนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ผมเชื่อว่าท่านจะเห็นเช่นเดียวกับที่ผมเห็นว่า เรากำลังสร้างองค์กรที่มีความแข็งแกร่งและมีคุณค่าอย่างแท้จริง
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น: ขอขอบพระคุณสำหรับความไว้วางใจและการลงทุนของท่าน ในสภาวะตลาดที่ความเชื่อมั่นมักเกิดความผันผวน ท่านยังคงเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ ทีมงาน และความสามารถในการบริหารจัดการของเรา เราตระหนักถึงคุณค่าของความไว้วางใจนี้เสมอ การตัดสินใจจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) ในทุกครั้งของเรา จะถูกประเมินอย่างรอบคอบภายใต้หลักการที่ว่าสิ่งนั้นคุ้มค่าต่อความไว้วางใจที่นักลงทุนได้มอบให้เราหรือไม่
เรียน ลูกค้าทุกท่าน: ท่านคือศูนย์กลางในการดำเนินงานของเรา ชีวิต ความมุ่งหวัง และครอบครัวของท่านคือเป้าหมายหลักในการพัฒนาองค์กร อย่างไรก็ดี เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่การให้ท่านใช้บริการสินเชื่อกับเราตลอดไป แต่เรามุ่งหวังให้ท่านใช้เงินทุนของเราเป็นเครื่องมือในการสร้างการเติบโต สร้างความมั่นคง และนำไปสู่ความมีอิสรภาพทางการเงินในท้ายที่สุด และหากวันนั้นมาถึง เราเพียงหวังให้ท่านช่วยส่งต่อโอกาสนี้ด้วยการแนะนำบริการของเราแก่ผู้ที่กำลังต้องการการสนับสนุนทางการเงินเช่นเดียวกัน
เรียน ทีมงานเงินเทอร์โบทุกท่าน: ผมเชื่อมั่นว่าเราได้สร้างทีมงานที่มีศักยภาพสูง พวกคุณคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ความทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานการทำงานอยู่เสมอ คือสิ่งที่ทำให้เงินเทอร์โบมีความแตกต่าง ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานและสร้างการเติบโตไปพร้อมกับทุกท่าน
ภารกิจของเรายังคงต้องดำเนินต่อไป โอกาสอันสำคัญยังคงรออยู่เบื้องหน้า และผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งต่ออนาคตของบริษัทที่จะก้าวเดินต่อไปนับจากนี้
ด้วยความเชื่อมั่นและขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน)